แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ชายใจบุญ ปราการหลังผีแดง

หลังจากมีการแพร่ระบาดของไวรัส โควิค-19 ที่กำลังระบาดหนักในตอนนี้ ก็มีเรื่องดีๆเกิดขึ้นในวงการฟุตบอลเมื่อ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ยอดปราการหลังแมนฯยูไนเต็ด และทีมชาติอังกฤษ ได้มอบถุงยังชีพเพื่อช่วยเหลือคนชราในแถบบ้านเกิด เรื่องราวชีวิตการค้าแข้งของเขาเป็นเช่นไรเราไปติดตามกันเลย

แฮร์รี่ แม็คไกวร์ หรือ เจค็อบ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ เกิดขึ้นในวันที่ 5 มีนาคม 1993 เขากำเนิดและเติบโตขึ้นมาในเมือง เชฟฟิลด์ ประเทศอังกฤษ ในช่วงวัยเด็กของ แม็คไกวร์ เขาเป็นเด็กชายที่มีรูปร่างสูงใหญ่ และชอบเล่นกีฬาเป็นชีวิตจิตใจ โดยก้าวแรกของการเข้าสู่วงการลูกหนังของเขานั้น แฮร์รี่ แมคไกวร์ จึงตัดสินใจที่จะเข้าร่วมคัดเลือกเป็นนักเตะเยาวชนในทีม เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด เพื่อหวังจะพัฒนาฝีเท้าของตัวเองให้มีความเก่งกาจและพิชิตความฝันของตัวเองให้จงได้

เขามีความขยันในการฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่องเพื่อพยายามพิสูจน์และผลักดันตัวเองในขึ้นไปติดทีมชุดใหญ่ของสโมสรให้ได้ จนในปี 2011 แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ในวัย 18 ปี เขาได้ถูกเรียกขึ้นมาติดทีมชุดใหญ่ของสโมสร เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ได้เป็นครั้งแรก และได้ลงสนามให้กับสโมสรเป็นครั้งแรกในเกมที่พบกับ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ในฐานะของนักเตะสำรอง

แต่ถือว่าเขาสามารถซื้อใจแฟนบอลของสโมสร เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ได้เป็นจำนวนมาก แต่อย่างไรก็ตามเขาก็ไม่สามารถช่วยให้ทีมหนีตกชั้นได้และต้องตกไปเล่นในศึก League One ซึ่งในฤดูกาล 2012-2013 แมไกวร์ ได้ก้าวขึ้นเป็นกำลังหลักของสโมสรได้อย่างรวดเร็ว หลังจากที่เขาลงสนามในเกมนัดเปิดฤดูกาลและสามารถทำประตูแรกในชีวิตการค้าแข้งได้สำเร็จ

แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ตัดสินใจย้ายสโมสรมาอยู่กับทาง ฮัลล์ ซิตี้ ในปี 2014 เพื่อที่จะต้องการหาประสบการณ์และความท้าทายใหม่ๆ ให้กับตัวเอง เพราะในขณะนั้น ฮัลล์ ซิตี้ เป็นสโมสรที่เพิ่งจะเลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นอยู่บนลีกสูงสุดของอังกฤษได้สำเร็จ แต่อย่างที่รู้ๆ กันอยู่ว่าการขึ้นมาเล่นอยู่บนลีกสูงสุดของประเทศอย่าง พรีเมียร์ลีก นั้นไม่ใช่เรื่องที่ง่าย แฮรี่ แม็คไกวร์ ให้กับทางสโมสร วีแกน แอธเลติก ได้ยืมตัวเขาไปใช้งานเป็นระยะเวลาครึ่งฤดูกาล ก่อนที่เขาจะกลับมาพร้อมกับความแข็งแกร่งและกลายมาเป็นกำลังหลักของสโมสรได้สำเร็จ

แต่ถึงแม้ว่าในปี 2015 สโมสรฮัลล์ ซิตี้ จะต้องตกชั้นไปเล่นอยู่ในลีก แชมเปี้ยนส์ชิพ อีกครั้ง แต่ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ก็ไม่ทำให้แฟนบอลของสโมสรต้องผิดหวัง โดยเขาใช้เวลาเพียงหนึ่งซีซั่นเท่านั้น ก็สามารถพาทีมกลับขึ้นมาเล่นบนศึกพรีเมียร์ลีกได้ โดยใน ฤดูกาล 2016-2017 เขาใช้เวลาในการพัฒนาฝีเท้าขึ้นมาเล่นบนลีกสูงสุดของอังกฤษได้อย่างรวดเร็ว

การย้ายเข้ามาสู่สโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ของ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ นั้นถือว่าเขาสามารถเข้ามากลายเป็นกำลังสำคัญของสโมสรได้ในทันที และนอกจากเกมรับที่เหนียวแน่นดั่งกำแพงเหล็กแล้ว เขายังสามารถขึ้นไปช่วยทำประตูให้กับสโมสรได้อย่างมากมาย และถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงการเริ่มต้นการค้าแข้งกับทางต้นสังกัดใหม่ของตัวเขาเอง แต่ก็ แม็กไกวร์ ก็สามารถซื้อใจเพื่อนร่วมทีมและแฟนบอลได้อย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ก็เป็นรายการการแข่งขันที่ทำให้หลายๆ คนในทีมชาติอังกฤษได้ทำการแจ้งเกินขึ้นมาอย่างมากมาย โดยเฉพาะตัวของ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ที่หลังจบทัวร์นาเมนต์อันสุดยิ่งใหญ่ในชีวิตลงไปแล้วนั้นก็ได้มีหลากหลายสโมสรยักษ์ใหญ่อย่างมากมายให้ความสนใจในตัวเขา และพร้อมที่จะทุ่มเงินอันมหาศาลเพื่อทำการสู่ขอตัวเขาเข้ามาอยู่ในอ้อมอกของบรรดาทีมยักษ์ใหญ่มากมาย โดยเฉพาะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ได้ยื่นข้อเสนอเขามาให้กับทาง เลสเตอร์ ซิตี้ ได้พิจารณาเป็นจำนวนเงินถึง 60 ล้านปอนด์

แต่ก็ถูกทางทัพ จิ้งจอกสยาม ได้ทำการปฏิเสธกลับไป พร้อมทั้งประกาศออกสื่ออย่างชัดเจนว่า “ปราการหลังตัวเก่งของเรา ไม่ได้มีเอาไว้ขายเพื่อหาผลกำไรเข้าสโมสรแม้แต่อย่างใด เราพอใจกับผลงานการเล่นของเขา และขอแสดงความยินดีกับอันดับที่ 4 ในฟุตบอลโลก 2018 และเรายังเชื่อมั่นว่าเขาจะยังคงอยู่กับสโมสรของเราต่อไป”

หลังจากที่ แม็กไกวร์ ได้ย้ายเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทางสโมสร เลสเตอร์ ซิตี้ และทำผลงานกับทางสโมสรออกมาได้อย่างแบบดีเกินคาด ทำให้ แกเร็ธ เซาธ์เกต เรียกเขาเข้ามาติดทีมชาติอังกฤษในเกมการแข่งขันนัดกระชับมิตรเป็นครั้งแรก ซึ่งนั่นถือเป็นก้าวที่สำคัญในการติดทีมชาติของตัว แม็คไกวร์ เลยก็ว่าได้ เพราะในเวลาต่อมาหลังจบฤดูกาล 2017-2018 เขาได้มีชื่อติดเป็นนักเตะ 23 คนที่ได้ไปลุยในศึก ฟุตบอลโลก 2018 ซึ่งความแข็งแกร่งและความดุดันของเขาผสมกับการสอดแทรกขึ้นไปทำประตูได้แบบต่อเนื่อง

ทำให้เขากลายเป็นกองหลังคนแรกๆ ที่ แกเร็ธ เซาธ์เกต ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ จะเลือกใช้งานเป็นรายแรกๆ ตลอด และจากผลงานที่ดีอย่างต่อเนื่องของทีมชาติอังกฤษชุดพลังหนุ่มนี้ ทำให้พวกเขาสามารถเล่นได้แบบสมบูรณ์แบบและทำผลงานออกมาได้อย่างดีเกินคาด หลังจากที่พวกเขาสามารถทะลุเข้าไปถึงรอบ 4 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ แต่ต้องพ่ายแพ้ไปให้กับทางด้าน ทีมชาติโครเอเชีย ในช่วงต่อเวลาพิเศษไปด้วยผลการแข่งขัน 2-1 ซึ่งถือได้ว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียดายและผิดหวังสำหรับตัว แม็กไกวร์ เป็นอย่างมาก

เพราะหลังจากที่ทีมชาติอังกฤษจะไม่สามารถเดินทางเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้แล้ว พวกเขายังคงทำผลงานในนัดชิงทีม 3 อีกครั้ง ด้วยการพ่ายแพ้ให้กับทีมชาติเบลเยี่ยมไปด้วยสกอร์ 2-0 โดยทีมชาติอังกฤษของเขานั้นต้องจบทัวร์นาเมนต์นี้ไว้เพียงแค่ที่ 4 เท่านั้น

หลังจากที่เจ้าตัวทำผลงานอย่างยอดเยี่ยมกับสโมสร เลสเตอร์ ซิตี้ ในซีซั่น 2018-2019 ทำให้ แมคไกวร์ ได้รับความสนใจจาก 2 ทีมยักษ์ใหญ่ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ทั้ง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งทั้ง 2 ทีมยักษ์ใหญ่แห่งเมืองแมนเชสเตอร์นี้ได้พยายามที่จะติดต่อขอเจรจาและยื่นข้อเสนอให้กับทาง เลสเตอร์ ซิตี้ ต้นสังกัดของ แฮรี่ แม็คไกวร์ ซึ่งทางทัพจิ้งจอกสยามนั้นมีความต้องการที่จะปล่อยตัวปราการหลังร่างใหญ่รายนี้ไปก็ต่อเมื่อได้ค่าตัวเป็นจำนวนเงินถึง 80 ล้านปอนด์เท่านั้น

จึงทำให้ทางด้าน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้ทำการถอนตัวจากการไล่ล่านักเตะรายนี้ ซึ่งถือเป็นการเปิดทางให้ แมนฯยูไนเต็ด ได้เข้าเจรจากับทาง เลสเตอร์ ซิตี้ ได้อย่างเต็มรูปแบบ และสามารถทำการคว้าตัว แมคไกวร์ เข้ามาสู่สโมสรได้สำเร็จก่อนที่จะเปิดฤดูกาล 2019-2020 ด้วยค่าตัวราวๆ 85 ล้านปอนด์ โดยได้รับสัญญาทั้งหมด 6 ปี

และได้เลือกสวมเสื้อหมายเลข 5 ตามไอดอลของเขาอย่าง ริโอ เฟอร์ดินานด์ อดีตตำนานปราการหลังของทัพผีแดง นอกจากนี้เจ้าตัวยังถือว่าเป็น กองหลังที่มีค่าตัวแพงที่สุดในโลก

ซึ่งหลังจากย้ายเข้ามาสู่ถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด ได้ไม่นานมากนัก แมคไกวร์ ก็สามารถที่จะเข้ามาเป็นตัวหลักของ แมนฯยูไนเต็ด ได้อย่างรวดเร็ว เขาสามารถยึดตำแหน่งตัวจริงได้ตั้งแต่เกมการแข่งขันนัดแรกในการเปิดซีซั่นใหม่ของการแข่งขันศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้ โดยเขาทำผลงานออกมาได้อย่างน่าประทับใจและมีส่วนช่วยให้ทีมไม่เสียประตูในเกมที่เอาชนะ เชลซี คาบ้านไปได้ถึง 4-0

ซึ่งในเกมดังกล่าวนั้น แฮรี่ แมคไกวร์ ยังเป็น แมน ออฟ เดอะ แมตช์ ประจำการแข่งขันอีกด้วย ถือเป็นการเปิดตัวการทางต้นสังกัดใหม่ได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้ในตอนนี้เจ้าตัวได้กลายเป็นขวัญในใจแนวรับคนใหม่ของบรรดาแฟนบอลผีแดงได้ทันที

อ่านข่าวฟุตบอล :: ข่าวฟุตบอลวันนี้

ติดตาม Facebook fanpage :: Soccerwarp

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *